Home » news » อุตุฯเผยวันนี้ภาคเหนือยังมีฝน-ลมแรง

กรมอุตุฯขอให้ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ เฝ้าระวัง วันนี้จะมีฝนเยอะ ลมแรง ขณะที่วันพรุ่งนี้ตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา ขณะที่ค่าฝุ่นในภาคอีสานลดลงหลังมีฝนและลม

นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยถึงสภาพอากาศในช่วงที่ความกดอากาศสูง หรือมวลความเย็น กำลังปานกลางจากจีน ระลอกสุดท้ายของฤดูหนาวนี้เคลื่อนเข้ามาปกคลุมประเทศไทย ว่า หลัง จากที่มวลความเย็นเคลื่อนมาที่ภาคอีสานวานนี้(11ก.พ.) ทำใหิเกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคอีสาน เช่น จ.ขอนแก่น เลย ชัยภูมิ รวมถึงภาคลางบางพื้นที่ แต่โดยรวมปริมาณฝนไม่ได้มาก โดยภาคอีสานวานนี้วัดได้สูงสุดที่ จ.เลย 26.3 มิลลิเมตร ส่วนภาคกลางที่ จ.นครสวรรค์ 26.5 มิลลิเมตร เพียงแต่ผลกระทบที่ตามมา คือความรุนแรงของฝนที่ตกลงมาในระยะสั้น และลมที่ค่อนข้างแรง วันนี้ในภาคอีสานยังมีฝนอยู่บ้างแต่จะค่อยๆเบาลงเมื่อเทียบกับวานนี้

อธิบดีกรมอุตุฯ กล่าวต่อว่า สำหรับวันนี้มวลความเย็นค่อยๆเคลื่อนลงมาภาคกลางแถว จ.ชัยนาท นครสวรรค์ อุทัยธานี และบางส่วน ย้อนขึ้นไปภาคเหนือตอนล่าง เช่น จ.พิษณุโลก กำแพงเพชร สุโขทัย แต่วันนี้ฝนอาจจะเยอะในภาคเหนือ คาดการณ์อยู่ที่ประมานร้อยละ 30 เป็นฝนปานกลาง บวกกับจะมีลมกระโชกแรง ตกได้ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงค่ำ ก่อนที่ในทุกพื้นที่ฝนจะค่อย ๆ ลดลงเรื่อยๆ ในช่วงรอยต่อคืนนี้  ไปจนถึงเช้าพรุ่งนี้  โดยอุณหภูมิวันพรุ่งนี้จะลดลงได้ 1-3 องศา ซึ่งภาคที่จะรู้สึกได้ชัดถึงอากาศเย็นรอบนี้คือภาคเหนือและอีสาน เพราะมีมวลความเย็นเดิมสะสมไว้อยู่ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพฯ เต็มที่ คือ 1-2 องศา เพราะก่อนหน้านี้สะสมความร้อนไว้ค่อนข้างมาก ทำให้ไม่รู้สึกเท่าใด โดยฝนและลมที่เกิดขึ้น คาดว่าทำให้สถานการณ์ค่าฝุ่นละอองในหลายจังหวัดทางภาคอีสานที่มีปัญหาอยู่คลี่คลายลงไปได้บ้างเพราะฝนและลม ชะล้าง ฝุ่นควันได้ดีกว่าการฉีดพ่นน้ำที่แก้ได้แค่เฉพาะจุดเท่านั้น แต่ที่น่าห่วง คือ ช่วงหลังจากนี้คือ 14-15 ก.พ.ที่มวลความเย็นจะเริ่มอ่อนกำลังลง ลมก็จะเบาบางลง อาจทำให้ฝุ่นสะสมขึ้นมาได้ ก็ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานผลคาดการณ์อากาศให้ดำเนินการแก้ไขคลายปัญหาแล้ว

ส่วนภาคใต้ในระยะนี้แม้จะไม่ได้รับผลกระทบเรื่องความเย็น แต่มวลความเย็นรอบนี้ส่งผลให้ลมตะวันออกที่ปกคลุมพื้นที่มีกำลังแรงขึ้นทำให้คลื่นลมในทะเลจะกลับมามีกำลังแรงขึ้นสูง1-2เมตร ส่วนฝนตกได้เล็กน้อยแค่ร้อยละ 10-20 เท่านั้น.